2007/Mar/29

【Vない⇒Vへん】
五段活用動詞:
読まない⇒読まへん
ない⇒あらへん

上一段活用動詞
起きる⇒起けへん
足りる⇒たれへん
(前がひらがな①文字の場合)
見る⇒めぇへん/みぃへん
いない⇒いぃへん

下一段活用動詞
食べない⇒食べへん
覚える⇒覚えへん
(前がひらがな①文字の場合)
出る⇒でぇへん/でやへん
寝る⇒ねぇへん/ねやへん

サ行変格活用動詞:
せぇへん

カ行変格活用動詞:
けぇへん

Vなかった⇒Vへんかった

どうも(ありがとう)⇒おおきに
だ⇒や
じゃないか/でしょ⇒やんか
疲れて休みしたい気分を言います⇒しんどい


【沖縄弁】
おじいさん⇒たんめえ
おばあさん⇒んめえ
いらしゃいました⇒めんしぇえびいたん(?O_o´)
着物⇒ちんちゅるかあ
大きい⇒まぎさる
二つ⇒たあち
男の子⇒いきがわらび
へ、に⇒んかい
がんばってよ⇒チバリヨ
愛してる、かわいい⇒カナサンド
こころ⇒ククル
ちゅらさん⇒美しい
には⇒ねえ
何⇒ぬー
か⇒が
あの⇒あぬ
であるか⇒やが
は⇒や
ね⇒やあ
だったよ⇒やたっさあ
へ、に⇒んかい

Credit : พี่เอิร์น

ตลกดี 555555


อันนี้เป็นภาษาคันไซนะ ขอโทษด้วยจริง เอ่อ
เราเอามาแปะไว้อ่านเล่นน่ะ ^^"

.

.


edit @ 2007/03/30 15:44:42

2007/Mar/07

Style
ภายใต้หน้ากากอันอ่อนหวาน คือยามะพีที่ซ่อนไปด้วยความเร่าร้อนและความกล้าหาญ ความเหมาะสม ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน วิธีการแต่งตัว การใช้เงิน การแสวงหาสิ่งต่างๆมาเป็น "สไตล์ของผม" ปี 2007 นี้ยามะพีก็จะทำให้สุดกำลัง

ตอนเช้า พอลืมตาตื่นมาก็กินคอนเฟล็กซ์ครับ เสื้อผ้าในวันนี้ก็ใส่กางเกงยีนส์ เสื้อแจ็คเก็ตและรองเท้าบู๊ตครับ รู้สึกว่าตื่นเต็มที่ก็จนเมื่อตอนที่เปิดประตูตรงเก็งคังออกไปใช้เวลาไปได้ 30 นาที ส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนี้ประจำครับ เวลาที่เลือกเสื้อผ้าอะไรได้ก็ใส่ทันที ไม่ได้เลือก เลยก็มีเหมือนกัน "อยากใส่แจ็คเกตตัวนี้จังแต่ว่าเปลี่ยนดีกว่าเพราะมันไม่เข้ากับกางเกงตัวนี้" ก็มีแล้วก็เปลี่ยนโน่นเปลี่ยนนี่ ตอนนอนส่วนใหญ่นั้น ก็จะใส่กางเกงแล้วก็ไม่ใส่เสื้อนอนครับ ก่อนนอนก็จะแปรงฟันก่อนเสมอ อาบน้ำช่วงนี้ก็จะอาบตอนกลางคืน ตื่นเช้ามาก็จะออกไปแบบที่ยังไม่ได้อาบน้ำ

ช่วงนี้เสื้อผ้าที่ใส่ก็จะเป็นแบบsilhouette(โทนขาวดำ)เป็นสำคัญครับ ชอบกางเกง(ยีนส์)รัดรูปครับ แบบที่ใหญ่ๆไม่เคยลองครับ กางเกงรัดรูปนั้นให้ความรู้สึกเหมาะกับแจ็คเก็ตดีครับ ช่วงนี้ก็มีเสื้อผ้าที่อยากได้แต่ส่วนใหญ่ก็แพง ก็ลังเลว่อยู่รอบนึงว่าจะเข้าไปซื้อมั๊ย หลังจากนั้นก็เลยลองไปร้านอื่นดู แล้วก็มีของที่เหมือนกันเลย ผมคิดว่า "เนี่ยเป็นโชคชะตาเลยนะ" แล้วก็ซื้อทันทีเลยล่ะครับ เรียนมหาลัยก็ใส่อะไรก็ได้ แต่ตอน ม.ปลาย ต้องใส่ยูนิฟอร์มใช่มั๊ย ในกฏของโรงเรียนบอกไว้ว่าเอาเสื้อออกนอกกางเกงได้แค่ตัวเดียว แต่ผมเอาออกสองตัวเอย อาจารย์ก็มาเลย รีบเอาเสื้อใส่ในกางเกงเลยล่ะครับ กางเกงส่วนใหญ่ก็จะต่ำกว่าเอว พออาจารย์เห็นปุ๊บ ก็รีบตอแหลไปเลยว่า "ผมอ่ะ ขากางเกงมันสั้นครับ" เพราะฉะนั้นผมก็เลยไม่ได้ผิดระเบียบครับ ผมคิดว่าการได้ใส่ยูนิฟอร์มแบบของตัวเองเนี่ยมันดีจังเลย ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายเลยครับ

ตอนที่ไปกินข้าวกับเพื่อนผู้ชาย ถ้าผมมีเงินผมก็จะเลี้ยงข้าวเพื่อน เพราะอย่างนี้ก้เลยมีบ้างที่เพื่อนจะเลี้ยงข้าวตอบ ตอนที่ไปกับรุ่นพี่มีครั้งนึงเคยถามว่า "เท่าไหร่เหรอครับ" แต่ว่าเขาก็เลี้ยงซะเป็นส่วนใหญ่เลยแหล่ะ โดยปกติก็จะไม่มีเด็กผู้หญิงไปด้วย ตอนที่อยู่ชั้น ม.ต้น แม่จ๋าสอนเอาไว้ว่า "ถ้าไปกินข้าวกับเด็กผู้หญิงเมื่อไหร่ ต้องเป็นคนเลี้ยงนะรู้มั๊ย" "ครับ เข้าใจแล้ว" ตั้งแต่นั้นก็ทำตามที่แม่สอนตลอด ตอนที่ยุ่งๆ ก็กินข้าวตอนที่พักจากงานก้เยอะครับ ถ้าเกิดว่าไม่มีเวลาจริงๆ ก็จะกินไประหว่างที่นั่งรถไปเลยล่ะ ไม่ค่อยชอบเลยครับ ถ้าเกิดว่าเป็นแซนด์วิชก็ไม่เป็นไรหรอกนะ ถ้าเกิดว่าทำได้ล่ะก็อยากจะแบ่งเวลางานซักนิดนึงแล้วไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะ ถ้าเกิดว่าไม่มีเวลาก็ไม่อยากที่จะรีบกินน่ะครับ ในเวลาที่รู้สึกว่าหิวนิดหน่อยก็จะทนเอาไว้ ถ้าเกิดว่ากินตอนอยู่บนรถความอร่อยมันจะลดลงครึ่งนึงเลยล่ะ

สำหรับผมแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเพื่อน ตอนที่รู้สึกแย่ก็โทร.หาเพื่อน ในตอนที่รู้สึกแย่ก็จะส่งเมล์ไปว่า "วันนี้รู้สึกแย่จัง จะได้รับกำลังใจจากใครมั๊ยน๊า" แล้วก็จะมีเมล์ตอบกลับมาเป็นคำพูดตลกๆ (หัวเราะ) ตอนที่รู้สึกแย่อย่างรุนแรงก็มี แต่หลังจากนั้นก็หัวเราะแล้วก็ทำให้แข็งแรงขึ้นมานิดหน่อยจนได้ นี่แหล่ะความสัมพันธ์ของเด็กผู้ชายล่ะครับ

ช่วงที่ถ่ายทำเบียกโคไตที่เกียวโต ตอนที่อยู่คนเดียวก็โทร.หาเพื่อน ช่วงเวลาที่โดดเดี่ยวผมคิดว่าเพื่อนเนี่ยดีที่สุดเลยนะ ทำให้รู้สึกขอบคุณถึงการมีชีวิตอยู่เลยล่ะครับ ในทางกลับกัน ในกรณีของผมถ้าเพื่อนมีปัญหาแล้วมาปรึกษา ก็จะให้คำปรึกษาอย่างดี ไม่ใช่แค่พูดว่า "ไม่เป็นไรหรอกนะ" หรอกครับ ก็เคยมีเหมือนกันที่เพื่อนบอกว่า "มีปัญหาอยู่อยากคุยโทรศัพท์จัง" ผมก็จะโทรไปหาเลยล่ะครับ ในเวลาอย่างนั้นถึงแม้ว่าจะเหนื่อยกับงานแต่ก็จะทำเพื่อเพื่อนครับ ถ้าเกิดว่า "ในเวลาที่ผมเศร้า ก็มีเพื่อนที่เศร้าเหมือนกัน จะทำยังไง" ถ้าเกิดในวันถัดไปมีซฉากยากๆ ก็จะขอโทษเพื่อนหรือไม่ก็อาจจะไม่คุยโทรศัพท์นานๆแ แต่ว่าถ้าเกิดยังโดนรั้งไว้ก็จะบอกเหตุผลไปว่า "พรุ่งนี้มีฉากที่ยาก เพราะฉะนั้นเสร็จฉากนี้แล้วจะโทร.หานายทันทีนะ" ไม่อยากจะแตกหักกับเพื่อนเพราะเพื่อนที่ยังไม่เข้าใจถึงเหตุผลแล้วก็เลิกคบกันไปนะครับ ผมได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนเสมอ เพราะฉะนั้นเมื่อเพื่อนเศร้า ผมอยู่อยากจะช่วยเหลือเขาเหมือนกัน

จนถึงวันเรียนจบก็จะเหลืออีก 1 ปี แน่นอนว่าผมอยากที่จะจบการศึกษา ความคิดที่ว่า "อย่าเพิ่งไม่ได้เหรอ" จริงๆแล้ว ก็มีไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็ให้มันผ่านพ้นไปเรื่อยๆ เพราะผมไม่อยากจะพ่ายแพ้ต่อตัวเอง ถ้าเริ่มแล้วล่ะก็อยากจะไปถึงเป้าหมายด้วย ถ้าเป็นเรื่องที่ตัวเองทำได้ล่ะก็จะไม่ยอมหยุดง่ายๆหรอก ถ้าเกิดว่าปามันออกไปแล้วยังไงเราก็หยุดมันไม่ได้ในระหว่างทางอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ เเรื่องครอบครัวกับงาน งานนั้นก็เป็นสิ่งที่หอมหวานไม่ใช่รึไง ตอนที่เป็นนักเรียน ม.ปลายน่ะมันเข้มงวดกว่าตอนนี้อีกนะ ในตอนนั้นเพื่อนก็บอกให้เรียนหนังสือ ก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ตอนที่เรียนหนังสือกับเพื่อน ตอนที่เรียนอยู่เพื่อนก็เอาเกมส์ขึ้นมาเล่นด้วย ในตอนนั้นผมคิดว่า "จนกว่าขะถึงพรุ่งนี้ ถ้ายังจำไม่ได้ก็จะไม่เล่นแน่นอน" แล้วก็อ่านหนังสือต่อ อยากจะจำให้ตรงกับข้อสอบทั้งหมด แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นก็ทำไม่ได้อยู่แล้วใช่มั๊ย พอเป็นอย่างงี้ก็หยุดหงิดเลยล่ะ เรื่องเกมส์น่ะเอาไว้เล่นหลังจากเรียนเสร็จแล้วดีกว่า ในตอนสอบจะมีพวก "แย่แล้ว ทำไม่ได้เลย" ก็มี พวกที่ "น่าจะจำตรงนี้มานะ"ก็มี ผมเองถ้าเป็นไปได้ล่ะก็อยากจะมีความรู้สึกที่ทำได้ 100 คะแนน ไม่เคยมีความคิดที่ว่า "ก็มาถึงแค่นี้แล้ว ก็ช่วยไม่ได้" เลยครับ

เพราะว่าไม่อยากจะมารู้สึกเสียใจในภายหลัง เรื่องเรียนหรือเรื่องงานก็จะทำสุดกำลังครับ ถ้าเกิดว่า มีความคิดที่ว่า "เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเป็นแบบช่วงเวลาอย่างตอนนั้น" แล้วก็เอาช่วงเวลาที่เจ็บปวดในอดีตมาใช้ แม้ว่าผมลัพธ์ที่ออกมามันจะไม่ราบรื่นแต่ก็จะทำใจยอมรับได้ ถ้าเกิดว่าทำอะไรสุดกำลัง มันจะใช้ energy เนอะ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ถึงแม้ว่าบางทีอาจจะทำได้แค่ 80 เปอร์เซนต์ ตอนที่มีความรู้สึกว่า "วันนี้ไม่มีพลังเลยแฮะ" ก็จะรู้สึกว่าตัวเองเนี่ยมันไม่เอาไหนเลย ไม่ว่าจะงานแบบไหนก็จะต้องทำให้เต็มที่เหมือนกันครับ แต่ว่าคนอื่นๆที่ดูเหมือนว่าพยายามแต่ทำด้วยมือข้างเดียว มันก็เป็นเพียงแค่ 50 เปอร์เซนต์ไม่ใช่เหรอ แต่ว่าเพราะว่าเป็นคนอื่น ก็คงจะมีคนที่แม้ว่าทำด้วยมือข้างเดียวแต่พลังก็ออกมา 100 เปอร์เซนต์น่ะนะ เพราะว่าไม่อยากจะสูญเสียตัวเอง ผมจะไม่โกหกตัวเองครับ พอเกิดมาแล้วไม่ว่ายังไงก็ต้องตาย เพราะฉะนั้น สิ่งที่ทำได้ก็อยากจะทำเสียตอนนี้เลย ผมนั้น ตอนที่ตายก็จะหันกลับมามองชีวิตของตัวเอง แล้วก็อยากจะคิดว่า "ขอบคุณนะ อยากจะได้เกิดมาเป็นผมอีกจัง"

ปี 2007 ก็อยากจะให้เป็นปีที่ดีกว่าปีที่แล้ว ทุกปี อยากจะให้ดีกว่าปีก่อนๆ อยากจะให้ปีนี้เป็น "ปีที่ดีที่สุด" ช่วงที่ถ่ายทำเบียกโคไตมีที่ต้องเปียกโชกไปทั้งตัวแล้วก็ต่อสู้กับความหนาวเย็น จนถึงตอนนี้ เป็นอะไรที่ลำบากสุดๆเลยล่ะครับ จากนี้ไปความลำบากนี้ก็จะเป็นความทรงจำที่ผมไม่ลืมเลือนเลยครับ เพื่อที่จะได้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆไปได้ ตัวผมเองนั้นที่เป็นอย่างนี้คงเพราะอาจจะเริ่มเติบโตขึ้นทีละเล็กทีละน้อยแล้ว ปีนี้ก็ให้กำลังใจแล้วก็ฝากตัวด้วยนะครับ

.

.

.
มันยาวมากเลยนะ ไม่รู้ว่าจะมีตรงไหนที่พิมพ์ผิดบ้าง
ยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ

.

.

ปล. เป็นไง เฮดบล็อกของชั้น สะใจๆ หุหุ

.

.


ถึงคุณ นันโนะ นะคะ
เรื่องแพมเฟลตนั้น
ตามเว็บบอร์ดอื่นน่าจะเอาของคนอื่นมาลงด้วยนะ เราขอโทษจริงๆ
อาจจะแค่เอาแมสเสจของคนอื่นที่มีถึงยามะพีมาอีดิทเพิ่ม
แต่ว่าก็ขอบคุณมากๆนะคะ ที่เข้ามาอ่าน เราดีใจมากๆเลย ทุกคนเลยน๊า

.

.

.

2007/Mar/06

ถึงแม้ว่า NEWS จะเริ่มกลับมาตั้งแต่คอนเสิร์ตเค้าน์ดาวน์ ที่โตเกียวโดม แต่ว่าในตอนนั้นผมยุ่งมากจริงๆ จริงๆนะ ผมไม่ได้มีความทรงจำกับมันมากนัก แต่การที่มีรุ่นพี่และแฟนเพลง 55000 คนที่ต้อนรับการเกิดใหม่ของพวกเรา ผมมีความสุขมากครับ จากนี้ไป ผมอยากจะสามารถทำสิ่งมหัศจรรย์ไม่ให้หยุดเลยล่ะ และตอบแทนทุกคนที่ต้อนรับเราด้วยหัวใจที่อ่อนโยน แม้ว่าจะมีหลายสิ่งหลายอย่างแย่ๆเกิดขึ้นในปีที่แล้ว แต่ว่าตอนนี้ได้ก้าวผ่านมันไปได้แล้วครับ ไม่มีสิ่งใดให้กลัวอีกต่อไปแล้วครับ พอพยายามมองกลับไปในอดีต ชีวิตของผมก็เป็นแบบนี้ล่ะ แม้ว่าจะมีช่วงเวลาที่เรียกได้ว่าอันตรายและมีบางทีที่ผมคิดว่ามันแย่มาก แต่ผมได้ใช้มันให้เป็นโอกาสและเปลี่ยนให้มันเป็นทางที่ดี มันเหมือนกับสิ่งที่ทำซ้ำหลายๆครั้ง อย่างเช่น จะทำอย่างไรเมื่อเชือกรองเท้าหลุด ในเวลาอย่างนั้น ผมจะผูกเชือกรองเท้าให้แน่นขึ้นอีกครั้งและก้าวเดินต่อไป ทำอย่างนี้จะแน่นขึ้นกว่าเมื่อก่อน และเชือกรองเท้าก็จะไม่หลุดง่ายๆ ถ้าเกิดว่ามันยังหลุดอีกล่ะก็ ก็แค่ผูกมันให้แน่นขึ้นอีกครั้ง ทำอย่างนี้มันก็จะแข็งแรงขึ้น แข็งแรงขึ้นครับ


ปีที่แล้วผมทำงานหลายอย่างด้วยตัวคนเดียว แต่ก็ต้องขอบคุณ เพราะมันทำให้มีความทรงจำว่าได้ต่อสู้ด้วยตัวเองอย่างไร และยังจะความรู้ที่ได้รับการฝึกฝนที่ไม่เคยได้ที่ไหนมาก่อนอีกด้วย ความปรารถนาที่จะปกป้องสมาชิกทุกคนให้แข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมไม่อยากจะเป็นคนเดียวใน NEWS ที่เป็นผู้นำ ถ้าแม้ว่าผมได้เดินตัวคนเดียวอยู่ทางข้างหน้า โดยไม่คำนึงถึงว่าสมาชิกคนอื่นจะสามารถจับต้องด้านหลังของผมได้หรือไม่ มันเป็นการเห็นแก่ตัว แต่ผมคิดว่าในท้ายที่สุดแล้วจะต้องดีมากๆ ถ้าเกิดว่าทุกคนสามารถจับต้องซึ่งกันและกันได้


ผมคิดว่าจากนี้ไป NEWS จะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ แต่มันไม่ใช่เจาะจงอย่าง เราจะเปลี่ยนไปอย่างไร หรืองานแบบไหนที่เราอยากจะทำ มันแปลกไม่ใช่เหรอที่เราจะแสดงเป้าหมายอย่างนั้นออกมา เพราะฉะนั้นมันดีเสียกว่า แค่เรารวบรวมและมีความพยายามในงานข้างหน้า ละครก็เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าผมจะสามารถเรียกร้องว่า อยากจะเล่นบนนี้นะ แต่มันคือทำอย่างไรที่จะทำให้งานสำเร็จหลังจากที่ได้รับบทไหนนั้นมันสำคัยกว่า ถ้าเกิดว่าสามารถทำทกอย่างสำเร็จได้โดยปราศจากข้อผิดพลาด หลังจากนั้นมันก็จะเชื่อมโยงไปสู่ขั้นต่อไป เหมือนคอนเสิร์ต ทุกคนชอบคอนเสริ์ต สิ่งที่ปรารถนาจะสามารถเป็นจริงได้ในคอนเสิร์ต เป็นประสบการณ์ที่เพิ่มพูนขึ้น ผมอยากจะให้คอนเสิร์ตของ NEWS ในโตเกียวเสร็จไวๆ ที่ที่เราเริ่มและสิ้นสุดมันอีกครั้ง ถ้าเกิดว่าได้กลับมาเล่นที่นี่อีก จะมีความสุขมากๆเลยครับ เป้าหมายคืออย่างนี้นะ และในวันหนึ่ง ก็จะทำให้จงได้ เพราะว่า ผมเป็นพวกที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองพูดให้ได้ (หัวเราะ)


ผมคิดว่าจากนี้ไป ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกทุกคนนั้นแข็งแรงขึ้น จะเห็นได้จากการทำงาน ทุกคนอาจจะค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างผู้ร่วมงานนะครับ แต่สำหรับผมแล้ว สมาชิกทุกคนคือเพื่อนที่จะร่วมฟันฝ่าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ในอนาคตแม้ว่าทุกคนจะแต่งงาน และมีลูกกันแล้ว ก็อยากจะรักษาไว้ซึ่งความเป็นเพื่อน อยากจะสามารถบอกกับลูกๆอย่างภาคภูมิได้ว่า ตอนที่เรายังเด็กๆ เราทำอย่างนี้กันนะ แม้ว่าความสัมพันธ์ของเราในตอนนี้มันจะยังห่างกันอยู่ แต่เวลาที่เราใช้ร่วมกันนั้นมากขึ้น และมากขึ้นไปอีก ผมคิดว่าเราได้ใกล้ชิดกันเข้าไปอีก ถ้าเกิดว่ามันเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ผมก็จะรักษาช่วงเวลาในคอนเสิร์ตเอาไว้ครับ


กับแฟนๆ ทุกคนไม่ได้แค่ต้องการที่จะเห็นพวกเราใกล้ๆบนเวที แต่ต้องการให้โต้ตอบกันได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเราก็จะตอบรับทุกคนและอยู่ด้วยกัน ถ้าเกิดพวกเราแค่ต้องการจะใกล้ชิดกับทุกคน ในที่สุดมันก็จะจบลงเมื่อเราเกิดมีความรู้สึกไม่เติมเต็มซึ่งกันและกันใช่มั๊ย ไม่อยากให้เป็นแบบนั้นนะครับ อยากจะทำให้ความสัมพันธ์มันลึกซึ้งมากขึ้น และให้ทุกคนทำให้ NEWS แข็งแกร่งขึ้น และในที่สุดผมอยากจะให้เราเป็น ที่หนึ่งของญี่ปุ่น อย่างนี้น่ะนะ เราจะต้องทำมันให้ได้ อันนี้ด้วยที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองพูดให้ได้ (หัวเราะ)


ปีที่แล้วทุกครั้งที่ได้ดูไลฟ์ของคนอื่นๆ ผมมีความรู้สึกผิดหวังและคิดว่า จะต้องมีคอนเสิร์ตเร็วๆนี้ให้ได้ เพราะฉะนั้นก็เลยมีพลังขึ้นมาเมื่อรู้ว่าจะมีคอนเสิร์ตจริงๆ อยากจะแชร์ความรู้สึกเร่าร้อนกับแฟนๆทุกคน เพราะฉะนั้นต้องทำการเติมพลัง ให้เต็มไปด้วยความเร่าร้อนด้วยการเรียกชื่อ NEWS พวกเราแตกต่างไปจากเดิมแล้วใช่มั๊ยครับ ทำอย่างนี้เหมือนเราเป็นวงอินเตอร์แล้วเลย (หัวเราะ) ไปในที่ต่างๆ และกลับมาเข้มแข็งขึ้นอีกครั้ง มันเป็นสิ่งที่ดีนะ เพราะว่ามันไม่ได้มีโอกาสมากเท่าไหร่ที่จะได้ร้องเพลงในภายใต้สิ่งแวดล้อมแตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นต้องตัดสินใจแล้วล่ะว่าครั้งต่อไป NEWS จะร้องเพลงอะไรดี ถ้าเกิดว่าเพลงเป็นเหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเรา ผมคิดว่ามันน่าสนุกดีนะ เพราะในทัวร์คอนเสิร์ตเราจะได้พบกับแฟนๆทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นผมเลยเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ไม่ใช่ว่า 'การที่ได้เกิดเป็นมนุษย์' มันหมายถึงการได้พบปะคนทั่วโลกไม่ใช่หรอกเหรอ เพราะฉะนั้น ในคอนเสิร์ต ผมอยากที่จะทะนุถนอมการที่เราได้พบกันเอาไว้ และอยากจะทะนุถนอมช่วงเวลาที่เราได้ใช้ร่วมกัน ถึงแม้ว่าระยะทางระหว่างพวกผมกับที่ทุกคนที่นั่งอยู่จะไกลกัน แต่มันไม่ได้เป็นปัญหาเลยครับ เพราะว่าในที่ที่เดียวกัน และในช่วงเวลาเดียวกัน ความรู้สึกของเราจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน พวกผมจะมอบพลังให้กับทุกคน และพุ่งสูงไปด้วยกัน เพราะว่าผมชอบความเร่าร้อนที่ได้มาจากทุกคนครับ (หัวเราะ) เพราะฉะนั้นเมื่อเราขึ้นไปบนเวทีแล้ว ช่วยร้องดังๆเท่าที่คุณต้องการเลย (หัวเราะ)


Messages
To นิชิกิโด เรียว
เพราะว่าในบรรดาสมาชิกทุกคนของ NEWS ผมรู้จักเรียวจังมานานที่สุด เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราสองคนต่างรู้ซึ่งกันและกัน เขาจะต้องคิดแบบนี้ เขาต้องการจะทำแบบนี้ เราสามารถมองออกซึ่งกันและกัน แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบเรียวจัง เขาสามารถทำเรื่องต่างๆได้เสมอและยังเป็นผู้ใหญ่ด้วย มันเป็นอะไรที่น่าชมเชยจริงๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเรียวจังล่ะก็ ผมจะปกป้องเขาเอง


To โคยามะ เคอิจิโร่
พอคอนเสิร์ตเริ่มแล้ว โคยามะก็จะเรียนจบพอดี เขาเป็นเหมือนรุ่นพี่ที่มหาลัย และคอยช่วยเหลือเยอะแยะเลย ขอบคุณมากๆ ในบางครั้งเขาเป็นคนที่สามารถพึ่งพาได้ เป็นคนที่ใจดีมากๆด้วย ! แม้ว่าเขาจะเล่นกับเทโกชิที่อายุน้อยกว่า เขาก็ยังร่วมมือกับเทโกชิอย่างดี (หัวเราะ) แล้วก็เป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหวกับความรู้สึกของคนอื่นด้วย เขาทำให้ผมอ่อนลงตอนผมโกรธด้วย (หัวเราะ) เป็นผู้ใหญ่จริงๆเลยนะ


To เทโกชิ ยูยะ
สิ่งที่อยู่คู่กับเทโกชิคือการร้องเพลง แม้ว่าจะทำงานนอกสถานที่เขาก็ยังร้องเพลงเลยล่ะ ผมคิดว่าเขาคงจะชอบร้องเพลง ตอนที่ NEWS เริ่มกลับมาทำงานด้วยกัน และทุกคนก็อยู่ด้วยกัน เขาร้องเพลงก่อนเป็นอย่างแรกเลยแหล่ะ (หัวเราะ) แต่ว่าตอนที่ได้ยินเทโกชิร้องเพลง ก็ทำให้คิดได้ว่า อ่ะ ผมกลับมาในวงอีกครั้งแล้ว แม้ว่าตอนนี้เขาจะร้องเพลงได้ดีแล้ว แต่ก็ยังฝึกฝนต่อไปเรื่อยๆ ก็เขาอยากจะเป็นที่หนึ่งนี่นะ แม้ว่าความประทับใจที่เขามีให้กับทุกคนคือความน่ารัก แต่เขาก็เป็นคนที่พึ่งพาได้เลยแหล่ะ


To มัสสึดะ ทากาฮาชิ
มัสสึเป็นที่รักของทุกคนมากๆ เขาเหมือนกับตัวมาสคอส แม้ว่าบางครั้งเขาจะชอบใส่อะไรที่เหมาะกับตัวเองและก็ทำให้ทุกคนตกใจก็เถอะ (หัวเราะ) แต่ยกเว้น เขามักจะแต่งอะไรที่เป็น มัสสึสไตล์ ที่มันสุดยอดเลยล่ะ แทนที่จะบอกว่าเขามีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของทุกคน มันกลับเป็นเหมือนเขาเป็นตัวของตัวเอง เขาสามารถทำให้เกิดสถานการณ์ดีๆ ด้วยรอยยิ้มสุดพิเศษของมัสสึ นี่คือจุดที่สำคัญของเขาครับ ผมคิดว่ามัสสึน่าจะมี CM เกี่ยวกับอาหารเร็วๆนี้นะ (หัวเราะ)


To คาโต้ ชิเงอากิ
เพราะว่าชิเงะเป็นคนที่สุภาพมากๆ เพราะฉะนั้นถ้าเขาแนะนำว่าให้ทำนี่สิ และ ถูกปฏิเสธล่ะก็ เขาจะหยุดทันที ถึงแม้ว่านี่จะเป็นความสุภาพที่เป็นส่วนดีของชิเงะก็ตาม แต่ในความคิดของผม จะดีกว่าถ้าเขายืนกรานในความคิดของตัวเอง ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรก็ตามควรจะตั้งมั่นอยู่ในความเชื่อของตัวเอง ถ้าเกิดว่าเป็นงั้นล่ะก็ มันก็จะดีกว่าตอนนี้ไม่ใช่เหรอ เห็นแก่ตัวแล้วทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ มันต่างกับการ ตั้งมั่นในความเชื่อของตนนะ เพราะว่าถ้าเปลี่ยนแปลงในทันทีล่ะก็ มันจะทำให้นายมีคุณสมบัติเฉพาะตัวนะ

.

.